poowarin24
วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สรุปการเรียนวิชา GDT407 (ครั้งที่1)
นวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึง การนำสิ่งใหม่ๆ ชึ้งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ หรือการกระทำ หรือสิ่งประดิษฐ์ขึ้น ทั้งในส่วนที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงจากสิ่งที่มีอยู่ได้ผ่านการทดลองวิจัยจนเชื่อถือได้ นำมาใช้บังเกิดผลเพิ่มพูนประสิทธิภาพต่อการเรียนรู้ นวัตกรรมช่วยให้การจัดการเรียนสอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ผู้เรียนสมารถเกิดการเรียนรู้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิผลสูงกว่าเดิมเกิดแรง จูงใจในการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษาและประหยัดเวลาในการเรียนได้อีกด้วย
เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและ ผลิตภัณฑ์หรือเป็นการนำเอาแนวความคิด หลักการ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวิธี กระบวนการตลอดจนผลผลิตทางวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งประดิษฐ์ และวิธีปฎิบัติมาประยุกต์ในในระบบงานหรือการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากขึ้น
ให้ผู้เรียนยังได้รู้ถึงองค์ประกอบเทคโนโลยี ที่แบ่งองค์ประกอบ 3 องค์ประกอบ
1. ข้อมูล (Input) ที่ใส่เข้าไป ได้แก่ การกำหนดปัญหาวัตถุประสงค์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
2. กระบวนการ (Process) ได้แก่ การลงมือแก้ปัญหา แจกแจงวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
3. ผลลัพธ์ (Output) คือ ผลที่ได้จากการแก้ปัญหาและทำการประเมินผล
เทคโนโลยีการศึกษายังเพื่อเอื้ออำนวยในด้าน ต่าง ๆ
1. ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานนั้นสามารถบรรลุผลตามเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
2. ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) เทคโนโลยีช่วยให้การงานนั้นผลผลิตออกมาอย่างเต็มที่
3. ประหยัด (Economy) จะช่วยประหยัดเวลา ทรัพยากร และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอันจะเป็นผลทำให้ราคาของผลิตนั้นราคาถูกลง
วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ความประทับใจในวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ
วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิของฉัน งานครั้งที่ 3
วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่จัดตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการสังคม ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มี คุณธรรม คุณภาพ และทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมไทย และประเทศไทย วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิมุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นเลิศทางความคิด (ปัญญาและความดี) ทางวิชาการ (ความรู้ สู่อาชีพ) และการดำรงชีวิต (การปฏิบัติสู่ความสุข) ควบคู่กันไปทั้งสามด้าน เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ด้วยคุณภาพแห่งชีวิต
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้บริหารและคณะอาจารย์ในกลุ่มโรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ ซึ่งมีทั้งหมด 6 โรงเรียน ได้แก่
1. โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงเทพ
2. โรงเรียนเทคนิคบริหารธุรกิจกรุงเทพ
3. โรงเรียนโปลีเทคนิคระยอง
4. โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจกาญจนบุรี
5. โรงเรียนเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ
6. โรงเรียนเทคนิคบริหารธุรกิจกรุงเทพ ชลบุรี
ตระหนัก ถึงความสำคัญของการให้การศึกษาในระดับอุดมศึกษา และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศชาติจึงจัดตั้ง วิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ เปิดสอนในระดับอุดมศึกษาแห่งใหม่ขึ้นในเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ที่ตั้ง 489 ถ.ประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทรศัพท์ : 0 2172 9623 - 6
โทรสาร : 0 2172 9620
ปณิธาน : พัฒนาความรู้ คู่คุณธรรม มีความสุข รักความเป็นไทย
สิ่งที่คาดหวัดว่าจะได้รับหลังจากเรียนจบ
1. อยากเป็นครูตามที่หวัง
2. ใช้วิชาความรู้ที่มี อบรมเด็กและเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม
3. เรียนรู้ประสบการณ์ ระบบทางราชการครู
4. สร้างความฝัน ของพ่อ แม่ให้เป็นจริง
5. เป็นนักพัฒนาทางการศึกษา และระบบข้าราชการครู
สิ่งที่ประทับใจในวิทยาลัยกรุงเทพสุวรรณภูมิ
สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจ คือ บรรยากาศทั้งภายในและภายนอก ที่ตั้งของวิทยาลัยดีมากครับ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงบ้านที่ข้าพเจ้าจากมาตั้งนาน มีท้องทุ่งนาเหมือนกับบ้านผมเลย แอร์เย็นมาก เวลาเรียนมองไปนอกหน้าต่าง ได้เห็นวิวสวยๆ ของกรุงเทพมหานคร มันทำให้ผมประทับใจมากครับ
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน
อีก หนึ่งบทบาทสำหรับพระที่มีอุดมการณ์ ในการที่จะพัฒนาจิตใจของวัยรุ่นในสมัยปัจจุบัน ให้เป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งมันเป็นงานหนักสำหรับพระที่ต้องมารับหน้าที่ ในตรงนี้ เพราะว่าในสังคมปัจจุบันนั้นมันมีสิ่งล่อตาล่อใจเด็ก เยาวชน และวัยรุ่น อยู่มากมาย ถ้าพูดถึงเรื่องของบาปบุญแล้ว เด็กส่วนใหญ่ไม่เกรงกลัว จึงเห็นกันอยู่บ่อยๆว่าในสังคมไทย เด็ก เยาวชน วัยรุ่น มีความรุนแรงมากขึ้น ขาดจิตสำนึกที่ดี ซึ่งมันเป็นงานหนักที่พระสอนศีลธรรมในโรงเรียน จะทำให้เด็กเหล่านี้มีคุณธรรม เกรงกลัวต่อบาป ถึงมันจะหนักแค่ไหนท่านก็ต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ขอให้ท่านอย่าท้อ จงสู้ต่อไป เพื่อประเทศชาติจะได้มีคนดี จากผลงานของท่าน สู้ๆๆๆนะครับ
ทีมในดวงใจ ศรีสะเกษ FC
ประวัติสโมสรศรีสะเกษ เมืองไทย FC
| |||||
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ทฤษฎีเทคโนโลยีการศึกษาของ มอนเตสซอรี
ทฤษฎีเทคโนโลยีการศึกษาของ มอนเตสซอรี
Maria Montessori (1870-1952) นักการศึกษาสตรีชาวอิตาลีผู้บุกเบิกเกี่ยวกับ
การสอนแบบ Nourishing สำเร็จการศึกษาทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยโรม แต่เพราะความสนใจ
ในเรื่องพัฒนาการและกิจกรรมของเด็ก ทำให้เธอหันเหชีวิตจากงานด้านการแพทย์เข้ามาสู่การศึกษา
เธอไปเป็นครูระหว่างปี ค.ศ.1899-1901ในช่วงนี้เธอได้ปรับปรุงเทคนิคการสอนทางจิตของเด็กที่พิการเพราะขาดแคลนอาหาร โดยอาศัยพื้นฐานทางวิธีการและอุปกรณ์ของ Seguin (เป็นนักเทคโนโลยี
ทางการศึกษาชาวฝรั่งเศล ที่ศึกษาเกี่ยวกับเด็กพิการทางจิต เช่น Idiot เป็นต้น มีชีวิตอยู่ระหว่าง
ปี ค.ศ. 1812-1880) มอนเตสซอรีเขียนหนังสือ "Scientific Pedagogy as Applied to Child Education in the Children's Houses" ออกพิมพ์เผยแพร่ในปี ค.ศ.1909 ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป นักการศึกษาสำคัญ ๆ จากทั่วโลกไปสังเกตวิธีสอนที่โรงเรียนของเธอเป็นจำนวนมาก แนวคิดพื้นฐานของวิธีสอนแบบมอนเตสซอรี เทคโนโลยีการศึกษาและการสอนของมอนเตสเซอรี มีลักษณะที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ การจัดกิจกรรมของโรงเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน การแบ่งกลุ่มเด็กให้มีโอกาสทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนฝ่ายเดียว และเน้นในเรื่องลักษณะการแบ่งแยกระบบประสาทสัมผัส โดยมีหลักการพื้นฐานของวิธีการสอนแบบมอนเตสซอรี มีอยู่ 2 ประการคือ ยอมรับในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำงานอย่างมีอิสระ โดยไม่คำนึงถึงแต่เพียงเฉพาะในเรื่องของสภาวะทางกายภาพในห้องเรียนและบรรยากาศทางจิตวิทยาเท่านั้น ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียน สื่อการสอนและธรรมชาติของกระบวนการสอนด้วยhttp://wipawan.siphaya.net/course/view.php?id=5
การสอนแบบ Nourishing สำเร็จการศึกษาทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยโรม แต่เพราะความสนใจ
ในเรื่องพัฒนาการและกิจกรรมของเด็ก ทำให้เธอหันเหชีวิตจากงานด้านการแพทย์เข้ามาสู่การศึกษา
เธอไปเป็นครูระหว่างปี ค.ศ.1899-1901ในช่วงนี้เธอได้ปรับปรุงเทคนิคการสอนทางจิตของเด็กที่พิการเพราะขาดแคลนอาหาร โดยอาศัยพื้นฐานทางวิธีการและอุปกรณ์ของ Seguin (เป็นนักเทคโนโลยี
ทางการศึกษาชาวฝรั่งเศล ที่ศึกษาเกี่ยวกับเด็กพิการทางจิต เช่น Idiot เป็นต้น มีชีวิตอยู่ระหว่าง
ปี ค.ศ. 1812-1880) มอนเตสซอรีเขียนหนังสือ "Scientific Pedagogy as Applied to Child Education in the Children's Houses" ออกพิมพ์เผยแพร่ในปี ค.ศ.1909 ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป นักการศึกษาสำคัญ ๆ จากทั่วโลกไปสังเกตวิธีสอนที่โรงเรียนของเธอเป็นจำนวนมาก แนวคิดพื้นฐานของวิธีสอนแบบมอนเตสซอรี เทคโนโลยีการศึกษาและการสอนของมอนเตสเซอรี มีลักษณะที่สำคัญอยู่ 3 ประการ คือ การจัดกิจกรรมของโรงเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน การแบ่งกลุ่มเด็กให้มีโอกาสทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนฝ่ายเดียว และเน้นในเรื่องลักษณะการแบ่งแยกระบบประสาทสัมผัส โดยมีหลักการพื้นฐานของวิธีการสอนแบบมอนเตสซอรี มีอยู่ 2 ประการคือ ยอมรับในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำงานอย่างมีอิสระ โดยไม่คำนึงถึงแต่เพียงเฉพาะในเรื่องของสภาวะทางกายภาพในห้องเรียนและบรรยากาศทางจิตวิทยาเท่านั้น ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียน สื่อการสอนและธรรมชาติของกระบวนการสอนด้วยhttp://wipawan.siphaya.net/course/view.php?id=5
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)





